ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม
ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม (Beverage Containers) ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้ในครัวเรือนไปจนถึงแบบพกพา โดยเน้นวัสดุที่รักษาคุณภาพของรสชาติและอุณหภูมิได้ดีครับ
1. ภาชนะสำหรับพกพา (On-the-Go)
ขวดน้ำ (Water Bottle): มีทั้งแบบสแตนเลสเก็บอุณหภูมิ, พลาสติก Tritan ที่เบาและทนทาน, และขวดแก้วหุ้มซิลิโคน
แก้วเก็บความเย็น (Tumbler): ทรงแก้วที่มักจะไม่มีหูหิ้วหรือมีหูจับขนาดใหญ่ ออกแบบมาให้วางในช่องวางแก้วในรถได้พอดี เหมาะสำหรับกาแฟหรือชานม
กระติกน้ำสูญญากาศ (Vacuum Flask): เน้นการเก็บอุณหภูมิที่ยาวนานเป็นพิเศษ (12-24 ชั่วโมง) มักมีฝาปิดที่ใช้เป็นแก้วน้ำในตัวได้
2. ภาชนะสำหรับเสิร์ฟ (Serving Ware)
เหยือกน้ำ (Pitcher): ใช้สำหรับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ปริมาณมาก มีทั้งแบบแก้วที่ดูหรูหราและแบบพลาสติกที่เน้นความสะดวกในครอบครัว
ขวดคาราฟ (Carafe): มักเป็นขวดแก้วทรงสวยไม่มีหูจับ ใช้เสิร์ฟน้ำดื่มหรือไวน์บนโต๊ะอาหาร ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นทางการมากขึ้น
ถังจ่ายเครื่องดื่ม (Beverage Dispenser): โหลแก้วหรือพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีก๊อกรินด้านล่าง เหมาะสำหรับงานปาร์ตี้หรือร้านอาหาร
3. แก้วเครื่องดื่มเฉพาะประเภท (Specialty Glassware)
แก้วกาแฟและชา (Mugs & Teacups): ทำจากเซรามิกหรือแก้วโบโรซิลิเกตที่ทนความร้อนสูง
แก้วไวน์และแชมเปญ: รูปทรงถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมกลิ่นและรสชาติของเครื่องดื่มแต่ละชนิด
แก้วน้ำทั่วไป (Tumbler Glass): แก้วทรงกระบอกไม่มีขาสองชั้น (Double Wall) ช่วยให้เครื่องดื่มเย็นนานและไม่มีหยดน้ำเกาะข้างแก้ว
4. วัสดุที่นิยมและจุดเด่น
สแตนเลส (304/316): ทนทานที่สุด ไม่เก็บกลิ่น เก็บอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม
แก้วโบโรซิลิเกต (Borosilicate Glass): ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลันได้ดี (ใส่ของร้อนสลับเย็นได้)
พลาสติก BPA Free: น้ำหนักเบา ราคาประหยัด เหมาะสำหรับใช้ในยิมหรือกิจกรรมกลางแจ้ง
5. การเลือกซื้อตามการใช้งาน
หากใช้ในออฟฟิศ: ควรเลือกแก้วแบบมีฝาปิดเพื่อป้องกันฝุ่นและกันน้ำหกใส่เอกสาร
หากใช้เดินทาง: ควรเน้นระบบล็อกฝาที่แน่นหนาและวัสดุที่ตกไม่แตก
หากใช้รับแขก: ควรเลือกวัสดุแก้วหรือเซรามิกที่สะท้อนสไตล์และความสวยงาม
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ