น้ำยาทำความสะอาด
น้ำยาทำความสะอาด (Cleaning Agents) เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้บ้านสะอาดและปราศจากเชื้อโรคครับ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด ควรเลือกใช้ให้ถูกกับประเภทของพื้นผิวและสิ่งสกปรก ดังนี้ครับ
1. กลุ่มใช้งานทั่วไป (General Purpose)
น้ำยาถูพื้น: ช่วยขจัดคราบฝุ่น คราบเหนียว และให้กลิ่นหอม มีทั้งสูตรสำหรับพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง และพื้นหินอ่อน (ซึ่งต้องระวังความเป็นกรดเป็นพิเศษ)
น้ำยาเช็ดกระจก: มักมีส่วนผสมของไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ ช่วยให้กระจกใสสะอาด ไม่ทิ้งคราบขาวหรือรอยนิ้วมือ
น้ำยาฆ่าเชื้อโรค (Disinfectant): เช่น เดทตอล หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์/คลอรีน ใช้สำหรับฉีดพ่นหรือเช็ดจุดสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู หรือโต๊ะอาหาร
2. กลุ่มงานครัว (Kitchen Cleaners)
น้ำยาล้างจาน: ใช้ขจัดคราบมันและเศษอาหารบนภาชนะ
น้ำยาขจัดคราบมัน (Degreaser): มีฤทธิ์เป็นด่างเข้มข้นกว่าน้ำยาล้างจาน ใช้สำหรับเช็ดคราบน้ำมันที่กระเด็นบนเตาแก๊สหรือเครื่องดูดควัน
น้ำยาทำความสะอาดไมโครเวฟ/ตู้เย็น: มักเป็นสูตรอ่อนโยนหรือ Food Grade ที่ไม่มีสารเคมีตกค้างรุนแรง
3. กลุ่มงานห้องน้ำ (Bathroom Cleaners)
น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรกรด: ใช้ขจัดคราบหินปูน คราบตะกรันน้ำ และคราบเหลืองในโถสุขภัณฑ์ (ห้ามใช้กับพื้นหินอ่อนหรือปูนยาแนวบ่อยๆ เพราะจะทำให้กัดกร่อน)
น้ำยาขจัดเชื้อรา: มักมีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (คลอรีน) ใช้สำหรับฉีดบริเวณร่องกระเบื้องที่มีคราบดำจากเชื้อรา
น้ำยาทะลวงท่อตัน: ใช้สำหรับละลายเศษผมหรือคราบไขมันในท่อน้ำทิ้ง (ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและสวมถุงมือ)
4. กลุ่มงานผ้าและเฟอร์นิเจอร์
น้ำยาซักผ้า/ผงซักฟอก: ขจัดคราบสกปรกบนเส้นใยผ้า
น้ำยาทำความสะอาดเบาะผ้า/พรม: เป็นสเปรย์โฟมที่ช่วยดึงคราบสกปรกออกมาโดยไม่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก
น้ำยาเคลือบเงาเฟอร์นิเจอร์: ช่วยบำรุงผิวไม้หรือหนังให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกรอบ และลดการเกาะตัวของฝุ่น
ข้อควรระวังสำคัญ (Safety First)
ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิดกัน: โดยเฉพาะ น้ำยาล้างห้องน้ำกับน้ำยาฟอกขาว (Bleach) เพราะจะทำให้เกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
สวมอุปกรณ์ป้องกัน: ควรใส่ถุงมือยางและผ้าปิดจมูกเมื่อต้องใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
การจัดเก็บ: เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และควรปิดฝาให้สนิทหลังใช้งาน
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ