ขวดโหล
ขวดโหล (Jar) เป็นอุปกรณ์จัดเก็บเอนกประสงค์ที่มีประโยชน์ทั้งในครัว การตกแต่งบ้าน และการจัดระเบียบของใช้ชิ้นเล็กๆ โดยแบ่งตามวัสดุและลักษณะการใช้งานได้ดังนี้ครับ
1. แบ่งตามวัสดุที่นิยมใช้
แก้ว (Glass Jar): เป็นที่นิยมที่สุดเพราะไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่เก็บกลิ่น และทนต่อกรดได้ดี
แก้วใส: ช่วยให้มองเห็นของข้างในชัดเจน เหมาะสำหรับโหลใส่พาสต้า ธัญพืช หรือขนม
แก้วสีชา/สีทึบ: ช่วยป้องกันแสงแดด เหมาะสำหรับเก็บเมล็ดกาแฟ ชา หรือสมุนไพรที่เสื่อมสภาพง่ายเมื่อโดนแสง
พลาสติก (Plastic Jar): เน้นความเบาและปลอดภัยจากการตกแตก ควรเลือกแบบ BPA Free และพลาสติกประเภท PET หรือ PP ที่มีความใสและเหนียวทนทาน
เซรามิก (Ceramic Jar): มักมีลวดลายสวยงามและทึบแสง เหมาะสำหรับวางบนเคาน์เตอร์ครัวเพื่อใส่เครื่องปรุง เช่น เกลือ น้ำตาล หรือใช้เป็นโหลคุ้กกี้เพื่อตกแต่งบ้าน
2. ประเภทของฝาปิด (หัวใจสำคัญของการเก็บรักษา)
ฝาสุญญากาศ (Airtight Lid): มีขอบยางซิลิโคนช่วยป้องกันอากาศและน้ำเข้า-ออกได้ 100% เหมาะสำหรับเก็บของที่ต้องการความกรอบหรือของแห้งที่กลัวความชื้น
ฝาแบบล็อคเหล็ก (Clip Top / Fido Jar): เป็นโหลแก้วที่มีก้านเหล็กล็อกฝาให้แน่นเป็นพิเศษ นิยมใช้ในการถนอมอาหาร เช่น ทำผักดอง กิมจิ หรือแยม
ฝาเกลียว (Screw Top): ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการเปิด-ปิดบ่อยๆ เช่น โหลใส่ขนมหรือของใช้จุกจิก
ฝาไม้/ฝาไม้คอร์ก: ให้ความรู้สึกมินิมอลและดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการตกแต่งบ้าน แต่อาจไม่กันอากาศได้ดีเท่าขอบซิลิโคน
3. ไอเดียการใช้งานขวดโหล
ในห้องครัว: ใช้จัดระเบียบเครื่องปรุง เส้นสปาเก็ตตี้ ถั่ว และเมล็ดธัญพืช ช่วยให้ห้องครัวดูสะอาดตาและหยิบใช้ง่าย
ในห้องน้ำ: ใช้ใส่สำลีแผ่น คอตตอนบัด หรือสบู่ก้อนเล็กๆ เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันความชื้น
งานประดิษฐ์ (DIY): ใช้เป็นโหลใส่ทรายสี หินสี หรือจัดสวนถาดขนาดเล็ก (Terrarium)
การถนอมอาหาร: ใช้สำหรับการหมักดอง หรือทำโยเกิร์ตโฮมเมด
4. การดูแลรักษา
ขวดโหลแก้ว: สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างจานทั่วไป หรือต้มในน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อได้ (หากเป็นแก้วทนความร้อน)
ขอบยางซิลิโคน: ควรแกะออกมาล้างแยกเป็นครั้งคราว เพื่อป้องกันคราบสกปรกหรือเชื้อราที่อาจสะสมตามร่องยาง
คราบขุ่นบนแก้ว: หากแก้วเริ่มขุ่น ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่าเช็ด จะช่วยให้แก้วกลับมาใสเงางามเหมือนใหม่
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ