คัตเตอร์
คัตเตอร์ (Cutter) คือเครื่องมือตัดพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกและความคมสม่ำเสมอ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ "ใบมีดที่เปลี่ยนหรือหักออกได้" ทำให้เรามีคมมีดที่ใหม่และคมกริบอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องลับมีด
โครงสร้างสำคัญของคัตเตอร์
ตัวด้าม (Body): มีทั้งแบบพลาสติก (น้ำหนักเบา) และโลหะ (ทนทานงานหนัก) รูปทรงถูกออกแบบมาให้จับกระชับมือตามหลักสรีรศาสตร์
ใบมีด (Blade): ทำจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High Carbon Steel) มักมีการทำรอยบากเป็นบั้งๆ เพื่อให้หักส่วนที่ทื่อทิ้งได้ง่าย
ระบบล็อก (Locking System):
แบบเลื่อน (Auto-Lock): ใช้แรงสปริงหรือกลไกล็อกอัตโนมัติเมื่อหยุดเลื่อน สะดวกในการใช้งานมือเดียว
แบบหมุน (Screw-Lock): ใช้การหมุนเกลียวเพื่ออัดใบมีดให้แน่น เหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงกดมากๆ เพราะใบมีดจะไม่รูดกลับ
ฝาท้าย (Snapper): ร่องตรงปลายฝาครอบคัตเตอร์ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็น "ที่หักใบมีด" โดยเฉพาะ
ขนาดมาตรฐานของใบมีด
ขนาดเล็ก (9 มม.): คือคัตเตอร์ที่ใช้ในออฟฟิศทั่วไป ปลายมีดมักทำมุม 30 องศา (แหลมมากสำหรับงานประณีต) หรือ 45 องศา (งานตัดทั่วไป)
ขนาดใหญ่ (18 มม.): ใช้ในงานช่าง ตัดกระดาษลูกฟูก แผ่นยาง หรือพลาสติกหนาๆ
ขนาดจัมโบ้ (25 มม.): สำหรับงานหนักพิเศษ เช่น ตัดพรมหรือวัสดุก่อสร้าง
เทคนิคการใช้งานให้ปลอดภัยและคมนาน
การหักใบมีด: ควรใช้ฝาท้ายหรือคีมช่วยหัก และควรหักในขณะที่ใบมีดอยู่ในด้าม โดยโผล่ออกมาเพียงข้อเดียว เพื่อป้องกันเศษเหล็กกระเด็นใส่ตา
มุมในการตัด: การเอียงมีดทำมุมประมาณ 30-45 องศา กับพื้นผิวจะช่วยให้แรงกดส่งไปยังจุดตัดได้ดีที่สุด
การเก็บรักษา: หากใบมีดเริ่มฝืดหรือมีสนิม ให้ทาด้วยน้ำมันอเนกประสงค์ (เช่น WD-40) บางๆ จะช่วยให้เลื่อนง่ายและกันสนิมได้
คัตเตอร์ประเภทเฉพาะทาง
Rotary Cutter: คัตเตอร์ใบมีดกลม (คล้ายที่ตัดพิซซ่า) ใช้สำหรับตัดผ้าหรือวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ดีโดยไม่ทำให้ผ้าลุ่ย
Art Knife (มีดปากกา): ด้ามจับเหมือนปากกา เปลี่ยนใบมีดได้หลายรูปทรง เหมาะสำหรับงานแกะสลักหรืองานโมเดลที่ต้องการความละเอียดสูง
Circle Cutter: วงเวียนคัตเตอร์ ใช้สำหรับตัดวัสดุให้เป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ