320

ถึง
out of stock
สินค้าหมด
สินค้าพิเศษ กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม
PLIM
โครงตู้ราวแขวน 2 ชั้นวาง PLIM PEARL 90X45X180 ซม.
SKU:1283201
1,390
฿ 1,790-22%
จำหน่ายโดย: เมกาโฮม
compare-icon compare-icon
เปรียบเทียบ
out of stock
สินค้าหมด
สินค้าพิเศษ กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม
PLIM
โครงตู้ราวแขวนเข้ามุม PLIM PEARL 45X45X180 ซม. สีข...
SKU:1283203
990
฿ 1,390-28%
จำหน่ายโดย: เมกาโฮม
compare-icon compare-icon
เปรียบเทียบ

ตู้เสื้อผ้า

หากคุณกำลังมองหา ตู้เสื้อผ้า ในห้างวัสดุก่อสร้างอย่าง Mega Home ความรู้ที่สำคัญที่สุดไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่คือ "วัสดุศาสตร์" และ "วิศวกรรมการรับน้ำหนัก" ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานและการดูแลรักษาเสื้อผ้าครับ

 

1. ความรู้เรื่องวัสดุโครงสร้าง (Core Material)

ในท้องตลาดจะแบ่งวัสดุหลักๆ ออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งมีความทนทานต่างกัน:

 

ไม้ปาร์ติเกิล (Particle Board): เป็นวัสดุยอดนิยม ราคาประหยัด ผลิตจากเศษไม้อัดแรงดันสูง

ความรู้: ไวต่อความชื้นมาก หากตั้งในจุดที่ระบายอากาศไม่ดีหรือผนังมีความชื้น ไม้จะพองตัวและเสียรูปทรงได้ง่าย

 

ไม้เอ็มดีเอฟ (MDF - Medium Density Fiberboard): มีความหนาแน่นสูงกว่าปาร์ติเกิล ผิวเรียบเนียนกว่า

ความรู้: รับน้ำหนักได้ดีกว่าและมีความทนทานสูงกว่า เหมาะสำหรับการปิดผิวด้วย PVC หรือพ่นสีเพื่อให้ดูพรีเมียม

 

ตู้เสื้อผ้าเหล็ก (Steel Wardrobe): มักพบในโซนเฟอร์นิเจอร์สำนักงานหรือบ้านสมัยใหม่

ความรู้: ทนทานที่สุด ปลวกไม่กิน และไม่อมความชื้น ซึ่งช่วยลดปัญหา "กลิ่นอับ" และ "เชื้อรา" ได้ดีเยี่ยม

 

2. การปิดผิว (Surface Finishing)

ผิวสัมผัสของตู้มีผลต่อการทำความสะอาดและความทนทาน:

 

กระดาษฟอยล์ (Paper Foil): ราคาถูกที่สุด แต่ลอกง่ายและไม่ทนน้ำ

เมลามีน (Melamine): เป็นการเคลือบเรซินบนผิวไม้ ทนต่อการขีดข่วน ความร้อน และเช็ดล้างคราบสกปรกได้ดีกว่า

PVC: มีความยืดหยุ่นสูง สามารถหุ้มขอบไม้ได้มิดชิด ป้องกันความชื้นซึมเข้าเนื้อไม้ได้ดี

 

3. ระบบบานพับและรางเลื่อน (Hardware Systems)

บานพับถ้วย (Hinges): ควรเลือกแบบที่มีระบบ Soft Close เพื่อลดแรงกระแทกเวลาปิด ซึ่งจะช่วยยืดอายุโครงสร้างตู้ไม่ให้หลวมหรือโยกเยกเร็วเกินไป

 

บานเลื่อน (Sliding Door): เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด ความรู้ที่สำคัญคือต้องเลือก "รางเลื่อนระบบล่าง" ที่มีความแข็งแรง เพื่อไม่ให้บานประตูตกหรือตกร่องเมื่อใช้งานไปนานๆ

 

4. การออกแบบภายใน (Internal Ergonomics)

ตู้เสื้อผ้าที่ดีในเชิงการใช้งานควรมีการแบ่งพื้นที่ตามหลักสรีรศาสตร์:

 

ราวแขวน: ควรมีความสูงอย่างน้อย 150 เซนติเมตร สำหรับชุดเดรสยาว และ 90-100 เซนติเมตร สำหรับเสื้อเชิ้ตทั่วไป

ชั้นวางของด้านบน: ออกแบบมาเพื่อเก็บของที่ไม่ได้ใช้บ่อย เช่น ผ้านวม หรือกระเป๋าเดินทาง เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งให้คุ้มค่าที่สุด

รูเจาะปรับระดับ: ตู้ที่มีการเจาะรูด้านข้างให้ปรับความสูงของชั้นวางได้ จะมีความยืดหยุ่นสูงกว่าเมื่อคุณต้องการจัดเก็บของที่มีขนาดต่างกันในอนาคต

 

5. การป้องกันเชื้อราและแมลง

การระบายอากาศ: ตู้เสื้อผ้าที่ดีไม่ควรปิดสนิทจนเกินไป ควรมีช่องให้อากาศถ่ายเทเล็กน้อยเพื่อป้องกันความชื้นสะสม

 

ไม้กันปลวก: สินค้าบางแบรนด์มีการผสมสารกันปลวกลงในเนื้อไม้ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ซึ่งเป็นความรู้ที่ควรสอบถามก่อนซื้อหากบ้านของคุณมีความเสี่ยงเรื่องปลวก

 

ข้อแนะนำในการติดตั้ง

การยึดผนัง: สำหรับตู้ที่มีความสูงเกิน 180 เซนติเมตร ควรมีการยึดตู้เข้ากับผนัง (Anti-tip) เพื่อป้องกันตู้ล้มทับเมื่อมีการเปิดหน้าบานพร้อมกันหลายบานหรือเด็กปีนป่าย

 

ตำแหน่งการวาง: หลีกเลี่ยงการวางตู้ชิดผนังห้องน้ำ หรือผนังทิศตะวันตกที่รับแสงแดดจัด เพราะความร้อนและความชื้นจะทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

อ่านทั้งหมด
Tool Tips
เพิ่มสินค้าจำนวน 
{product_name}
จำนวน 1
สินค้าแนะนำ