ลูกแม็ก
ลูกแม็ก (Staples) หรือเข็มเย็บกระดาษ คือวัสดุที่ทำจากเส้นลวดโลหะที่ถูกดัดให้เป็นรูปตัว U ใช้สำหรับยึดวัสดุสองชิ้นหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน โดยอาศัยแรงกดจากเครื่องเย็บ (Stapler) เพื่อให้ปลายลวดทะลุผ่านวัสดุและพับงอเพื่อล็อกตำแหน่ง
วัสดุที่ใช้ผลิต
ส่วนใหญ่ทำจาก เหล็กเส้นแรงดึงสูง (Steel Wire) ซึ่งมีการเคลือบผิวเพื่อป้องกันสนิมและเพิ่มความสวยงาม:
เคลือบสังกะสี (Galvanized): เป็นแบบที่ใช้กันทั่วไปในสำนักงาน มีสีเงิน เงางาม ป้องกันสนิมได้ระดับหนึ่ง
เคลือบทองแดง (Copper Clad): มักใช้กับงานกล่องกระดาษลูกฟูกหรือลวดเย็บขนาดใหญ่ มีความแข็งแรงและเด่นเรื่องการนำไฟฟ้า (ในบางกรณี)
สแตนเลส (Stainless Steel): ใช้ในงานที่ต้องตากแดดตากฝน หรือในงานศัลยกรรมทางการแพทย์ เพราะไม่เป็นสนิมเลย
โครงสร้างและส่วนประกอบ
ลูกแม็ก 1 ตัว มีส่วนประกอบสำคัญที่กำหนดการใช้งานคือ:
Crown (สัน): ความกว้างของส่วนบน ถ้าสันกว้างจะช่วยยึดวัสดุที่มีความอ่อนนุ่มได้ดีไม่ให้หลุดง่าย
Leg (ขา): ความยาวของขาจะเป็นตัวกำหนดว่า "เย็บได้หนาแค่ไหน" โดยปกติขาควรยาวกว่าความหนาของวัตถุอย่างน้อย 2-3 มิลลิเมตรเพื่อให้เหลือพื้นที่ในการพับปลาย
Point (ปลาย): มักจะถูกเจียรให้แหลมแบบเฉียง เพื่อให้เจาะทะลุเนื้อกระดาษหรือไม้ได้ง่ายโดยใช้แรงกดน้อยที่สุด
ประเภทของลูกแม็กตามการใช้งาน
งานสำนักงาน: เบอร์ที่คุ้นเคยที่สุดคือ เบอร์ 10 (เย็บกระดาษได้ประมาณ 15-20 แผ่น) และ เบอร์ 35 (26/6) ซึ่งแข็งแรงกว่า
งานไม้/ก่อสร้าง: ลูกแม็กจะมีความหนาและแข็งมาก (Heavy Duty) ใช้ร่วมกับปืนยิงแม็ก ไม่มีการพับปลายลวด แต่จะอาศัยแรงฝังลวดลงไปในเนื้อไม้โดยตรง
งานบรรจุภัณฑ์: ใช้เย็บปิดปากกล่องกระดาษหนาๆ มักมีขนาดใหญ่และแข็งแรงเป็นพิเศษ
วิธีดูเบอร์ลูกแม็ก (ตัวอย่างเช่น 24/6)
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่เรียกชื่อ แต่มีความหมายซ่อนอยู่:
เลขตัวหน้า (24): คือขนาดความหนาของเส้นลวด (Gauge) ยิ่งเลขมาก เส้นลวดจะยิ่งเล็ก
เลขตัวหลัง (6): คือความยาวของขาแม็ก (หน่วยเป็นมิลลิเมตร)
ข้อแนะนำการใช้งาน
เลือกเบอร์ให้ตรงกับเครื่องเย็บ: หากฝืนใช้เบอร์ที่ใหญ่กว่าจะทำให้เครื่องเย็บติดขัด (Staple Jam) และกลไกภายในพังได้
การถอน: ควรใช้ "ที่ถอนลวด" โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุ (โดยเฉพาะกระดาษ) ฉีกขาดเสียหาย
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ