กล่องอาหาร
กล่องอาหาร (Food Container) ในปัจจุบันมีพัฒนาการไปไกลกว่าแค่กล่องพลาสติกทั่วไป โดยเน้นไปที่การรักษาความสดของอาหาร ความปลอดภัยต่อสุขภาพ และความสะดวกในการพกพาครับ
1. แบ่งตามวัสดุที่ใช้
พลาสติก (PP - Polypropylene): เป็นแบบที่นิยมที่สุด น้ำหนักเบา ตกไม่แตก มักระบุว่า Microwave Safe (เข้าไมโครเวฟได้) แต่ควรระวังเรื่องคราบมันที่ล้างออกยากและการเสื่อมสภาพเมื่อใช้นานๆ
แก้ว (Borosilicate Glass): ทนความร้อนสูงมาก เข้าเตาอบและไมโครเวฟได้ดี ไม่ดูดซับกลิ่นและสีของอาหาร ล้างทำความสะอาดง่ายและดูสะอาดตาตลอดเวลา แต่มีน้ำหนักมากและแตกได้
สแตนเลส (Stainless Steel): ทนทาน แข็งแรง น้ำหนักเบากว่าแก้ว ไม่เก็บกลิ่น ข้อควรระวังคือส่วนใหญ่ห้ามเข้าไมโครเวฟ (ยกเว้นรุ่นพิเศษที่ระบุเฉพาะ) เหมาะสำหรับใส่อาหารไปทานนอกบ้าน
ซิลิโคน (Silicone): มักมาในรูปแบบกล่องที่พับเก็บได้ (Collapsible) ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋า ทนความร้อนและเย็นได้ดี
2. ระบบการปิดผนึก (Sealing)
ระบบสูญญากาศ (Airtight): มีขอบยางซิลิโคนและตัวล็อก 4 ด้าน ช่วยป้องกันไม่ให้อากาศเข้าและน้ำไม่รั่วซึม (Leak-proof) เหมาะสำหรับแกงหรืออาหารที่มีน้ำ
ระบบระบายอากาศ (Air Vent): มีจุกยางบนฝาเพื่อให้ไอน้ำระบายออกได้ขณะอุ่นในไมโครเวฟโดยไม่ต้องเปิดฝาทั้งหมด ป้องกันอาหารกระเด็นเลอะเทอะ
3. กล่องอาหารเฉพาะทาง
กล่องข้าวกลางวัน (Bento Box): ออกแบบมาเป็นช่องๆ เพื่อแยกข้าว กับข้าว และผลไม้ไม่ให้ปนกัน ช่วยรักษาความน่ากินและรสชาติของอาหารแต่ละชนิด
กล่องเก็บอุณหภูมิ (Insulated Container): มีผนัง 2 ชั้นหรือบุฉนวนภายใน ช่วยรักษาความร้อนหรือความเย็นได้นานหลายชั่วโมง
กล่องสูญญากาศแบบปั๊มมือ: ใช้สำหรับเก็บผักสดหรือวัตถุดิบได้นานขึ้น โดยการปั๊มเอาอากาศภายในออกทั้งหมด
4. การเลือกใช้งานให้ปลอดภัย
BPA Free: ควรเลือกกล่องพลาสติกที่มีสัญลักษณ์นี้ เพื่อยืนยันว่าไม่มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อนออกมาเมื่อโดนความร้อน
ตัวเลขรีไซเคิล: มองหาสัญลักษณ์ตัวเลข 5 (PP) ที่ก้นกล่อง ซึ่งเป็นพลาสติกที่ทนความร้อนและปลอดภัยที่สุดสำหรับใส่อาหาร
การดูแลรักษา
คราบมัน: หากเป็นกล่องพลาสติก ให้โรยเบกกิ้งโซดาเล็กน้อยผสมน้ำยาล้างจานจะช่วยขจัดคราบมันได้ดีขึ้น
กลิ่นติดกล่อง: การนำไปตากแดดหรือใส่ถ่านไม้ชิ้นเล็กๆ ทิ้งไว้ข้างในจะช่วยดูดซับกลิ่นฝังลึกได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ