ที่จัดเก็บ ชา กาแฟ
การจัดเก็บชาและกาแฟให้คงความสดใหม่และกลิ่นหอมได้นานที่สุด มีหัวใจสำคัญคือการป้องกันจาก "4 ศัตรูร้าย" ได้แก่ แสง, ความร้อน, ความชื้น และอากาศ ครับ
นี่คืออุปกรณ์จัดเก็บที่แนะนำตามลักษณะของวัตถุดิบครับ:
1. โหลเก็บเมล็ดกาแฟ (Coffee Canister)
เมล็ดกาแฟจะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาหลังการคั่ว อุปกรณ์จัดเก็บจึงต้องมีความพิเศษ:
โหลสุญญากาศแบบมีวาล์ว (One-way Valve): ช่วยระบายก๊าซที่กาแฟคายออกมา แต่ป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปข้างใน
แบบฝาสูญญากาศ (Vacuum Seal): มีกลไกการปั๊มหรือกดเพื่อไล่อากาศออกจากโหลให้เหลือน้อยที่สุด
วัสดุทึบแสง: ควรเลือกโหลที่เป็นสแตนเลสหรือเซรามิกทึบแสง หากเป็นโหลแก้วควรเก็บไว้ในตู้มืด เพื่อป้องกันไม่ให้แสงไปทำปฏิกิริยากับน้ำมันในเมล็ดกาแฟจนเกิดกลิ่นหืน
2. กล่องและซองเก็บใบชา (Tea Storage)
ใบชาดูดซับกลิ่นและความชื้นได้ง่ายมาก การจัดเก็บจึงเน้นการปิดผนึกที่แน่นหนา:
กระป๋องดีบุกหรือสแตนเลส: ป้องกันแสงได้ดีเยี่ยมและไม่มีกลิ่นของวัสดุไปรบกวนกลิ่นชา
ซองฟอยล์ซิปล็อค: หากซื้อชาปริมาณมาก ควรแบ่งใส่ซองฟอยล์ขนาดเล็กและปิดซิปล็อคให้สนิท เพื่อลดการเปิดหน้าสัมผัสอากาศบ่อยๆ
กล่องไม้ (Tea Box): เหมาะสำหรับจัดเก็บชาแบบซอง (Tea Bags) ให้เป็นระเบียบและหยิบใช้ง่าย แต่ไม่เหมาะกับใบชาสด (Loose Leaf) เพราะไม้บางชนิดอาจมีกลิ่นเฉพาะตัว
3. ชั้นจัดเก็บอุปกรณ์ (Stationary & Organizer)
เพื่อให้พื้นที่ชงดูสะอาดตาและหยิบใช้งานสะดวก:
กล่องอะคริลิคใส: ใช้สำหรับจัดระเบียบแคปซูลกาแฟหรือซองชา ทำให้มองเห็นประเภทและจำนวนที่เหลือได้ชัดเจน
แท่นวางก้านชงและฟิลเตอร์: ช่วยให้กระดาษดริปไม่ยับและแห้งสะอาดอยู่เสมอ
ถาดไม้หรือถาดโลหะ: ใช้รองอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ชง (Coffee Station) ป้องกันน้ำหรือผงกาแฟเลอะบนโต๊ะ
4. ข้อควรระวังในการจัดเก็บ
ไม่ควรเก็บในตู้เย็น: หลายคนเข้าใจผิดว่าช่วยรักษาความสด แต่ความชื้นและกลิ่นอาหารในตู้เย็นจะทำให้รสชาติชาและกาแฟเสียไปอย่างรวดเร็ว (ยกเว้นกรณีปิดผนึกแบบสุญญากาศแน่นหนาจริงๆ)
แยกที่เก็บชัดเจน: ไม่ควรเก็บชารวมกับกาแฟในโหลเดียวกันหรือวางใกล้กันมากเกินไป เพราะกลิ่นกาแฟที่รุนแรงอาจเข้าไปกลบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ