น้ำยารีดผ้า
น้ำยารีดผ้า (Ironing Spray) เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผ้าเรียบกริบ อยู่ทรง และมีกลิ่นหอมครับ ปัจจุบันมีให้เลือกใช้หลายรูปแบบตามความต้องการดังนี้ครับ
1. ประเภทของน้ำยารีดผ้า
สูตรมาตรฐาน (Ironing Starch): เน้นทำให้ผ้าเรียบง่ายและอยู่ทรง เหมาะกับผ้าคอตตอนหรือผ้าที่ยับง่าย ช่วยให้การรีดลื่นไหลไม่สะดุด
สูตรอัดกลีบ (Stiff Starch): มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผ้าแข็งตัวและอยู่ทรงได้นานเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับกางเกงสแล็ค กระโปรงพลีท หรือเสื้อเครื่องแบบที่ต้องการเน้นกลีบให้คมชัด
สเปรย์หอมฉีดผ้า (Fabric Freshener): เน้นการให้กลิ่นหอมยาวนานและลดกลิ่นอับ มักใช้ฉีดหลังรีดเสร็จ หรือใช้ฉีดผ้าที่เก็บไว้ในตู้นานๆ ให้กลับมาหอมสดชื่น
สเปรย์เรียบทันใจ (Instant Wrinkle Releaser): เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้ผ้าเรียบขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เตารีด เพียงแค่ฉีด ลูบ และดึงผ้าให้ตึง เหมาะมากสำหรับการพกพาไปต่างจังหวัดหรือใช้ในเวลาเร่งรีบ
2. วิธีใช้งานให้ผ้าเรียบสวยและไม่เป็นคราบ
ระยะห่างในการฉีด: ควรฉีดสเปรย์ให้ห่างจากเนื้อผ้าประมาณ 15-20 เซนติเมตร เพื่อให้ละอองน้ำยากระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่จับตัวเป็นก้อนจนเกิดคราบขาว
ฉีดทิ้งไว้สักพัก: หลังจากฉีดน้ำยาแล้ว ควรรอประมาณ 5-10 วินาทีเพื่อให้น้ำยาซึมเข้าสู่เส้นใยผ้าก่อนเริ่มรีด จะช่วยให้ผ้าเรียบง่ายขึ้นมาก
ปรับอุณหภูมิเตารีดให้เหมาะสม: หากใช้อุณหภูมิสูงเกินไปขณะที่มีน้ำยาบนผ้า อาจทำให้น้ำยาไหม้ติดหน้าเตารีดหรือเกิดรอยด่างบนผ้าได้
3. การเลือกซื้อตามลักษณะการใช้งาน
เน้นความคุ้มค่า: การซื้อแบบ ถุงเติม (Refill) จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการซื้อแบบขวดสเปรย์ใหม่ทุกครั้ง
เน้นความหอม: เลือกยี่ห้อที่มีกลิ่นเดียวกับน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุณใช้ เพื่อไม่ให้กลิ่นน้ำหอมตีกัน เช่น Hygiene, Fineline หรือ Essence
ผิวแพ้ง่าย: ปัจจุบันมีสูตรที่ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (Dermatologically Tested) สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือใช้รีดเสื้อผ้าเด็ก
4. วิธีแก้ไขหากหน้าเตารีดเป็นคราบจากน้ำยา
หากรีดไปนานๆ แล้วน้ำยาเริ่มจับตัวเป็นคราบเหนียวที่หน้าเตารีด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดหน้าเตารีดขณะที่ยังอุ่นอยู่ หรือใช้ยาสีฟันป้ายบริเวณคราบแล้วเช็ดออก จะช่วยให้หน้าเตารีดกลับมาลื่นเหมือนเดิมครับ
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ