ฟองน้ำและใยขัด
ฟองน้ำและใยขัด (Sponge & Scouring Pad) เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องมีติดบ้าน แต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกันตามวัสดุ เพื่อให้เหมาะกับงานตั้งแต่การล้างจานไปจนถึงการขัดคราบหนักในห้องครัวครับ
1. ประเภทของฟองน้ำและใยขัด
ฟองน้ำหุ้มตาข่าย: เน้นความนุ่มนวล ตาข่ายช่วยให้เกิดฟองได้มากและช่วยขัดคราบอาหารเบาๆ ได้โดยไม่ทำลายผิวภาชนะ เหมาะสำหรับจานชามทั่วไปและเครื่องครัวเคลือบกันติด (Teflon)
ใยขัดสีเขียวพร้อมฟองน้ำ: เป็นแบบที่นิยมที่สุด ด้านใยขัดสีเขียวมีความคมสูงเหมาะสำหรับขัดคราบฝังแน่นบนหม้อหรือกะทะสแตนเลส ส่วนด้านฟองน้ำช่วยอุ้มน้ำยาล้างจาน
ฟองน้ำเมลามีน (ฟองน้ำนาโน): เป็นฟองน้ำสีขาวที่ใช้เพียงน้ำเปล่าก็สามารถขัดคราบหมึก คราบเหลืองบนพลาสติก หรือรอยนิ้วมือบนผนังออกได้ดี แต่ไม่ควรใช้กับภาชนะใส่อาหารหรือพื้นผิวที่มีความเงาเพราะจะทำให้เป็นรอยขนแมว
ใยเหล็กหรือฝอยขัดหม้อ: ทำจากเหล็กเส้นละเอียดหรือสแตนเลส ใช้สำหรับขัดคราบไหม้ คราบสนิม หรือเศษอาหารที่ติดแน่นมากบนภาชนะโลหะ (ห้ามใช้กับภาชนะเคลือบเด็ดขาด)
ใยขัดเซลลูโลส: ทำจากใยพืชธรรมชาติ ซับน้ำได้ดีเยี่ยมและแห้งไว ลดการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่นอับ มักมาคู่กับใยขัดที่ไม่ทำให้เกิดรอย (Non-scratch)
2. การเลือกใช้ตามพื้นผิว
ภาชนะเคลือบ (Non-stick) / แก้วทรงสูง: ควรใช้ ฟองน้ำนุ่ม หรือ ใยขัดชนิด Non-scratch (มักเป็นสีฟ้าหรือขาว) เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน
หม้อสแตนเลส / อะลูมิเนียม: สามารถใช้ ใยขัดสีเขียว หรือ ฝอยขัดหม้อ เพื่อจัดการคราบไหม้ได้
เครื่องเบญจรงค์ / จานชามราคาแพง: แนะนำให้ใช้ ฟองน้ำใยไมโครไฟเบอร์ เพื่อความถนอมผิวขั้นสูงสุด
3. สุขอนามัยและการดูแลรักษา
ล้างและบิดให้แห้ง: หลังใช้งานทุกครั้งควรล้างเศษอาหารออกให้หมด บิดให้แห้ง และวางในที่ที่ระบายอากาศได้ดี
ฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ: สามารถนำฟองน้ำที่เปียกหมาดๆ เข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชูเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
เปลี่ยนเมื่อถึงเวลา: หากฟองน้ำเริ่มยุ่ย มีกลิ่นอับที่ล้างไม่ออก หรือใยขัดเริ่มหมดความคม ควรเปลี่ยนใหม่ทันที (โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนทุก 2-4 สัปดาห์)
4. ข้อควรระวัง
แยกการใช้งานชัดเจน: ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างจานร่วมกับฟองน้ำที่ใช้เช็ดโต๊ะหรือทำความสะอาดซิงค์ล้างจาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ