ไฟถนน
ไฟถนน (Street Light) ในปัจจุบันไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อส่องสว่างบนท้องถนนสาธารณะเท่านั้น แต่ยังนิยมนำมาใช้ในพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น ถนนในหมู่บ้าน ลานจอดรถ หรือถนนเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันมิจฉาชีพครับ
ประเภทของไฟถนนที่นิยมใช้งาน
ไฟถนนโซล่าเซลล์ (Solar Street Light): เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน
แบบ All-in-One: แผงโซล่าเซลล์ แบตเตอรี่ และหลอดไฟ รวมอยู่ในโคมเดียวกัน ติดตั้งง่ายมากเพียงแค่สวมเข้ากับเสา
แบบแยกแผง: แยกแผงโซล่าเซลล์ออกจากตัวโคม เพื่อให้สามารถปรับองศาแผงให้รับแดดได้ดีที่สุด ในขณะที่ตัวโคมส่องลงพื้นได้ตรงจุด
ไฟถนนแบบใช้ไฟฟ้า (LED Street Light 220V): ต่อไฟบ้านโดยตรง ให้ความสว่างที่เสถียรและแรงกว่าแบบโซล่าเซลล์ เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงมากหรือจุดที่แสงแดดเข้าไม่ถึง
ฟังก์ชันอัจฉริยะที่ควรมี
Motion Sensor (เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว): ไฟจะสว่าง 100% เมื่อมีคนหรือรถผ่าน และจะลดความสว่างลงเหลือ 20-30% เมื่อไม่มีความเคลื่อนไหว เพื่อประหยัดพลังงาน
Light Sensor (เซนเซอร์แสงแดด): ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ โดยไฟจะติดเองเมื่อท้องฟ้ามืด และดับเองเมื่อมีแสงสว่าง
Remote Control: สำหรับปรับตั้งค่าความสว่าง หรือตั้งเวลาปิดล่วงหน้า (3, 5, 8 ชั่วโมง)
เกณฑ์การเลือกซื้อที่สำคัญ
ความสูงของเสา: * เสาสูง 3-4 เมตร: เหมาะกับทางเดินหรือถนนขนาดเล็กในบ้าน
เสาสูง 5-6 เมตร: เหมาะกับถนนหลักในหมู่บ้านหรือลานจอดรถกว้างๆ
ค่าความสว่าง (Lumen): ไม่ควรดูแค่ "วัตต์ (W)" ให้ดูที่ค่า "ลูเมน" เป็นหลัก ยิ่งตัวเลขสูงแสงยิ่งสว่าง
มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น: ต้องเป็น IP65 หรือ IP66 ขึ้นไป เพราะต้องอยู่กลางแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง
วัสดุ: ควรเลือกที่เป็น อลูมิเนียมหล่อ (Die-cast Aluminum) เพราะทนแดด ทนฝน และระบายความร้อนได้ดีกว่าพลาสติก
ข้อแนะนำในการติดตั้ง
ระยะห่างระหว่างเสา: เพื่อไม่ให้เกิดจุดมืดระหว่างเสา ควรติดตั้งห่างกันประมาณ 8-12 เมตร (ขึ้นอยู่กับความสูงของเสาและความสว่างของโคม)
องศาการติดตั้ง: ตัวโคมควรเอียงทำมุมประมาณ 15-30 องศากับแนวราบ เพื่อให้แสงกระจายลงบนถนนได้กว้างที่สุด
ตำแหน่งแผง (สำหรับโซล่าเซลล์): ต้องมั่นใจว่าไม่มีเงาของกิ่งไม้หรือตัวบ้านมาบังแผงในช่วงกลางวัน เพราะจะทำให้ไฟติดได้ไม่นานในตอนกลางคืน
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ