โคมไฟ
โคมไฟ (Lamps & Lighting Fixtures) เป็นอุปกรณ์ที่รวมเอาฟังก์ชันการส่องสว่างและการตกแต่งเข้าไว้ด้วยกัน ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปไกลกว่าแค่ความสว่าง แต่ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องสุขภาพดวงตา อารมณ์ของห้อง และการประหยัดพลังงานครับ
การแบ่งประเภทโคมไฟตามการติดตั้ง
โคมไฟเพดาน (Ceiling Light): เป็นแหล่งแสงหลักของห้อง มีทั้งแบบโคมซาลาเปาที่ติดเรียบไปกับฝ้า และโคมแขวน (Pendant Light) ที่เน้นความสวยงาม
โคมไฟดาวน์ไลท์ (Downlight): โคมไฟแบบฝังหรือติดลอยบนเพดานที่ส่องแสงลงมาด้านล่าง ช่วยให้บ้านดูโมเดิร์นและเป็นระเบียบ
โคมไฟผนัง (Wall Sconce): ใช้สำหรับส่องสว่างทางเดิน หรือติดเพื่อเน้นมิติของผนังห้องให้ดูหรูหราขึ้น
โคมไฟตั้งโต๊ะและตั้งพื้น: อุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก ใช้สำหรับการอ่านหนังสือหรือสร้างบรรยากาศเฉพาะจุด
เทคโนโลยีหลอดไฟที่ควรเลือกใช้
ในปัจจุบัน หลอด LED คือทางเลือกที่ดีที่สุดด้วยเหตุผลดังนี้:
ประหยัดพลังงาน: กินไฟน้อยกว่าหลอดไส้ถึง 80%
ความร้อนต่ำ: ช่วยให้ห้องไม่ร้อนและลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
อายุการใช้งาน: ยาวนานกว่า 15,000 - 50,000 ชั่วโมง ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
ฟังก์ชันอัจฉริยะ: สามารถปรับความสว่าง (Dimmable) หรือเปลี่ยนสีผ่านแอปพลิเคชันได้
การเลือกโทนสีของแสง (Mood & Tone)
การเลือกสีของแสงมีผลต่ออารมณ์ของผู้อยู่อาศัยอย่างมาก:
Warm White (2700K - 3000K): แสงสีส้มอมเหลือง ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับห้องนอนและห้องนั่งเล่น
Cool White (4000K): แสงขาวนวลตา ให้ความรู้สึกสะอาด สดใส เหมาะสำหรับห้องครัว ห้องน้ำ หรือโต๊ะเครื่องแป้ง
Daylight (6000K - 6500K): แสงสีขาวอมฟ้า ให้ความสว่างสูงสุด เห็นรายละเอียดชัดเจน เหมาะสำหรับออฟฟิศ พื้นที่ทำงาน หรือลานจอดรถ
เทรนด์โคมไฟที่น่าสนใจในตอนนี้
Smart Lighting: โคมไฟที่สั่งการด้วยเสียงหรือมือถือ ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้
Minimalist & Natural Material: โคมไฟที่ทำจากไม้ หวาย หรือโลหะทำสีด้าน เน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี
Solar Lighting: โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภายนอกอาคารที่ไม่ต้องเดินสายไฟและประหยัดค่าไฟ 100%
Eye-Care Technology: โคมไฟที่ออกแบบมาเพื่อลดการสะท้อนและตัดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ