ไฟช่อ
ไฟช่อ (Chandelier) หรือโคมไฟระย้า คือโคมไฟที่ออกแบบมาเพื่อการตกแต่งที่เน้นความสวยงาม หรูหรา และสร้างจุดเด่น (Statement Piece) ให้กับห้อง โดยลักษณะเด่นคือเป็นโคมแบบแขวนเพดานที่มีแขนสาขาแยกออกไปหลายกิ่งเพื่อยึดหลอดไฟหลายดวง
ประเภทของไฟช่อที่นิยมตามสไตล์ตกแต่ง
ไฟช่อคริสตัล (Crystal Chandelier): เป็นรูปแบบที่คลาสสิกที่สุด ใช้เม็ดคริสตัลในการหักเหแสง ทำให้เกิดแสงระยิบระยับ นิยมใช้ในห้องโถงหรือห้องรับแขกที่ต้องการความหรูหราเป็นพิเศษ
ไฟช่อสไตล์โมเดิร์น (Modern Chandelier): เน้นเส้นสายที่เรียบง่าย รูปทรงเรขาคณิต หรือดีไซน์แบบอสมมาตร มักใช้วัสดุอย่างโลหะรมดำ ทองเหลือง หรือแก้วขุ่น เหมาะสำหรับบ้านสไตล์มินิมอลหรือลอฟท์
ไฟช่อสไตล์แชนเดอเลียร์เทียน (Candle Style): ออกแบบมาให้ดูคล้ายกับเชิงเทียนโบราณ ให้กลิ่นอายย้อนยุคแบบคลาสสิก มักนิยมใช้ในห้องรับประทานอาหาร
ไฟช่อสไตล์รัสติก (Rustic/Farmhouse): ใช้วัสดุธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ เช่น ไม้ เชือกป่าน หรือเหล็กดัด เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและเป็นกันเอง
การเลือกขนาดไฟช่อให้สมดุลกับพื้นที่
การเลือกขนาดเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อให้ไฟช่อดูไม่ใหญ่จนอึดอัด หรือเล็กจนจมหายไปกับห้อง โดยมีหลักการกว้างๆ ดังนี้
ขนาดความกว้าง: วิธีคำนวณง่ายๆ คือการนำความกว้างของห้อง (ฟุต) บวกกับความยาวของห้อง (ฟุต) ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของโคมไฟที่เหมาะสมในหน่วย "นิ้ว"
ความสูงในการติดตั้ง: หากติดตั้งเหนือโต๊ะอาหาร ควรให้ส่วนล่างสุดของโคมไฟสูงจากหน้าโต๊ะประมาณ 75-90 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้บังสายตาและไม่ร้อนจนเกินไป
ความสูงจากพื้น: สำหรับห้องโถงทั่วไป ควรให้ส่วนล่างสุดของโคมไฟสูงจากพื้นอย่างน้อย 2.1 เมตร เพื่อให้คนเดินผ่านได้สะดวก
ประโยชน์และการสร้างบรรยากาศ
สร้างจุดดึงดูดสายตา: ไฟช่อทำหน้าที่เป็นเครื่องเรือนชิ้นหลักที่บอกสไตล์ของเจ้าของบ้านได้ชัดเจนที่สุด
การกระจายแสง: เนื่องจากมีหลอดไฟหลายดวง แสงจึงกระจายได้ทั่วถึงและนุ่มนวลกว่าไฟดวงเดียว (Ambient Light)
ความยืดหยุ่น: ปัจจุบันนิยมใช้หลอด LED ที่สามารถปรับหรี่แสง (Dimmer) หรือเปลี่ยนสีได้ เพื่อปรับมู้ดของห้องตามโอกาสต่างๆ เช่น งานปาร์ตี้หรือมื้อค่ำที่ต้องการความโรแมนติก
ข้อควรระวังและการดูแลรักษา
โครงสร้างเพดาน: ไฟช่อโดยเฉพาะแบบคริสตัลจะมีน้ำหนักมาก ก่อนติดตั้งต้องมั่นใจว่าโครงสร้างเพดานหรือจุดยึดมีความแข็งแรงเพียงพอ
การทำความสะอาด: เป็นโคมไฟที่เก็บฝุ่นได้ง่าย ควรใช้แปรงปัดขนไก่หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดสม่ำเสมอ เพื่อให้โคมไฟยังคงความเงางามและสะท้อนแสงได้ดี
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ