ไฟสปอทไลท์โซล่าเซลล์
ไฟสปอทไลท์โซล่าเซลล์ (Solar Flood Light) เป็นโคมไฟที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับใช้งานภายนอกอาคาร เพราะให้ความสว่างสูง กระจายแสงได้กว้าง และที่สำคัญคือไม่ต้องเสียค่าไฟแม้แต่บาทเดียวตลอดอายุการใช้งาน
ลักษณะเด่นของสปอทไลท์โซล่าเซลล์
โดยส่วนใหญ่สปอทไลท์ประเภทนี้จะเป็นแบบ แยกแผง (ตัวโคมและแผงโซล่าเซลล์แยกกัน) เชื่อมต่อด้วยสายไฟยาวประมาณ 3-5 เมตร ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการติดตั้ง คุณสามารถติดตัวโคมไว้ในที่ร่ม เช่น ใต้หลังคาโรงรถ หรือในอาคาร แล้วลากสายนำแผงโซล่าเซลล์ออกไปรับแดดจัดๆ ด้านนอกได้
ส่วนประกอบที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
เม็ดชิป LED: จำนวนเม็ด LED ที่มากไม่ได้แปลว่าสว่างกว่าเสมอไป ควรดูที่คุณภาพของชิปและการออกแบบรีเฟล็กเตอร์ (ถ้วยสะท้อนแสง) ภายในโคม เพื่อให้ลำแสงพุ่งและกระจายตัวได้ดี
แบตเตอรี่: หัวใจสำคัญคือความจุแบตเตอรี่ (mAh) หากเลือกวัตต์สูงแต่แบตเตอรี่น้อย ไฟจะสว่างได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ดับ ควรเลือกโคมที่มีแบตเตอรี่เพียงพอให้ไฟสว่างยันเช้า (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง)
ตัวเรือนโคม (Housing): ควรทำจากวัสดุที่ระบายความร้อนได้ดี เช่น อลูมิเนียมหล่อ (Die-cast Aluminum) ซึ่งจะทนทานกว่าพลาสติกเมื่อต้องตากแดดตากฝนเป็นเวลานาน
ฟังก์ชันการใช้งานที่ควรมี
โหมด Auto: ระบบจะตรวจจับความเข้มแสงเอง เมื่อแดดหมดไฟจะติด และเมื่อมีแสงแดดไฟจะดับเพื่อชาร์จพลังงาน
รีโมทคอนโทรล: ใช้สำหรับตั้งเวลาปิด (เช่น 3, 5 หรือ 8 ชั่วโมง) หรือปรับเพิ่ม-ลดความสว่างตามความต้องการ
ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่: ช่วยให้เรารู้ว่าพลังงานเหลือเท่าไหร่ หรือแผงโซล่าเซลล์กำลังชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่อยู่หรือไม่
วิธีการติดตั้งให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
ทิศทางแผง: ในประเทศไทย ควรหันหน้าแผงโซล่าเซลล์ไปทาง ทิศใต้ โดยเอียงแผงประมาณ 15-20 องศา เพื่อให้รับแสงแดดได้นานที่สุดตลอดทั้งวัน
ความสะอาด: ควรหมั่นเช็ดกระจกหน้าแผงโซล่าเซลล์ ไม่ให้มีคราบฝุ่นหรือใบไม้ปกคลุม เพราะจะทำให้การชาร์จไฟลดลงอย่างมาก
ความสูง: สปอทไลท์โซล่าเซลล์ส่วนใหญ่เหมาะกับการติดตั้งที่ความสูง 3-5 เมตร เพื่อให้แสงกระจายครอบคลุมพื้นที่ด้านล่างได้กว้างที่สุด
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ