รางนีออนและดาวน์ไลท์
สำหรับเรื่องรางนีออนและดาวน์ไลท์ เป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่างพื้นฐานที่ใช้งานต่างกันอย่างชัดเจนตามวัตถุประสงค์ครับ ข้อมูลมีดังนี้
1. รางนีออน (Fluorescent/LED Tube Housing)
เป็นโคมไฟที่ออกแบบมาสำหรับหลอดทรงยาว (T8 หรือ T5) เน้นความสว่างที่กระจายตัวกว้างและสม่ำเสมอทั่วบริเวณ
ประเภทของรางที่พบบ่อย:
รางตัวยู (U-Type): เป็นรางเหล็กธรรมดาสำหรับยึดหลอดไฟ นิยมใช้ในจุดที่ไม่เน้นความสวยงาม เช่น ที่จอดรถ ห้องเก็บของ
รางรับแรงกระแทก/กันฝุ่นกันน้ำ: มีฝาครอบมิดชิด เหมาะสำหรับโรงงานหรือภายนอกอาคาร
รางแบบมีแผ่นสะท้อนแสง (Reflector): ช่วยรวมแสงให้ส่องลงด้านล่างได้แรงขึ้น เหมาะสำหรับติดตั้งบนเพดานสูง
การเชื่อมต่อไฟ (สำหรับหลอด LED):
Single-end: ไฟเข้าทางเดียว (ขั้วข้างเดียว) ปลอดภัยตามมาตรฐานใหม่
Double-end: ไฟเข้าสองทาง (ขั้วสองข้าง) มักพบในรางรุ่นเก่า
2. ดาวน์ไลท์ (Downlight)
เป็นโคมไฟที่ติดตั้งแบบ "ส่องลง" จากเพดาน มีขนาดกะทัดรัด นิยมใช้สร้างบรรยากาศหรือให้แสงเฉพาะจุด
ประเภทตามลักษณะการติดตั้ง:
แบบฝังฝ้า (Recessed): ตัวโคมจะจมหายไปในเพดาน เห็นเพียงหน้ากากเรียบไปกับฝ้า ดูหรูหรา เรียบร้อย
แบบติดลอย (Surface Mounted): เป็นทรงกระบอกหรือกล่องยึดติดกับเพดานโดยตรง ไม่ต้องเจาะฝ้า เหมาะสำหรับเพดานปูนหรือสไตล์ Loft
ประเภทตามการใช้งาน:
หน้าคงที่ (Fixed): ส่องลงตรงๆ อย่างเดียว
หน้าปรับมุมได้ (Gimbal): สามารถโยกหน้าหลอดเพื่อเปลี่ยนทิศทางแสงไปส่องผนังหรือรูปภาพได้
แบบบาง (Slim/Panel): ใช้หลอด LED ในตัว มีความหนาน้อยมาก เหมาะสำหรับฝ้าที่มีพื้นที่เหนือเพดานจำกัด
สรุปความแตกต่างและการเลือกใช้
ถ้าต้องการความสว่างทั่วถึงทั้งห้อง: เช่น ห้องเรียน สำนักงาน หรือห้องครัวที่เน้นใช้งานหนัก แนะนำให้ใช้ รางนีออน (แบบ LED)
ถ้าต้องการความสวยงาม ทันสมัย และมีมิติ: เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือโถงทางเดิน แนะนำให้ใช้ ดาวน์ไลท์ โดยวางตำแหน่งกระจายตัวกันเพื่อให้แสงครอบคลุมพื้นที่
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ