โคมไฟดาวน์ไลท์
หากเจาะลึกเฉพาะตัว โคมไฟดาวน์ไลท์ (Downlight Fixture) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมในการตกแต่งบ้านยุคใหม่ มีรายละเอียดที่ควรทราบเพื่อการเลือกใช้งานดังนี้ครับ
ส่วนประกอบของโคมดาวน์ไลท์
ตัวขอบ (Trim): ส่วนที่มองเห็นจากภายนอก มีหลายสี เช่น ขาว ดำ หรือเงินโครเมียม เพื่อให้เข้ากับสีเพดาน
ตัวสะท้อนแสง (Reflector): ผิวด้านในโคมที่ช่วยควบคุมทิศทางและกระจายแสง มีทั้งแบบผิวเงา ผิวพ่นทราย หรือแบบมีริ้ว (Baffle) เพื่อลดแสงสะท้อนเข้าตา
ขั้วรับหลอด หรือ ชิป LED: หากเป็นรุ่นเก่าจะเป็นขั้ว (เช่น E27 หรือ GU10) แต่รุ่นใหม่มักเป็นแผง LED สำเร็จรูปในตัว
รูปแบบของโคมตามลักษณะการใช้งาน
โคมแบบฝังฝ้า (Recessed Downlight): ต้องเจาะเพดานเพื่อฝังตัวโคมเข้าไป ให้ลุคที่เรียบเนียนไปกับพื้นผิวห้อง
โคมแบบติดลอย (Surface Downlight): ติดตั้งใต้เพดานโดยตรงโดยไม่ต้องเจาะฝ้า มักมีรูปทรงกระบอกหรือทรงสี่เหลี่ยม นิยมใช้ในบ้านสไตล์โมเดิร์นหรืออินดัสเทรียล
โคมแบบปรับหน้าได้ (Eyeball / Gimbal): สามารถโยกเอียงองศาของหลอดไฟภายในโคมได้ เหมาะสำหรับใช้ส่องเน้นภาพเขียน แจกัน หรือผนังที่ต้องการสร้างไฮไลท์
การเลือกซื้อตามประเภทหลอดไฟ
โคมแบบเปลี่ยนหลอดได้: ข้อดีคือเมื่อหลอดเสียสามารถซื้อเฉพาะหลอดมาเปลี่ยนเองได้ง่าย และเลือกโทนสีแสง (Warm/Cool/Day) ได้ตามชอบในภายหลัง
โคมแบบ LED สำเร็จรูป (Integrated LED): มีจุดเด่นที่ความบางมาก (Slim) เหมาะกับฝ้าที่มีพื้นที่เหนือเพดานน้อย ให้แสงสว่างที่สม่ำเสมอทั่วหน้าโคม แต่หากเสียต้องเปลี่ยนโคมใหม่ทั้งชุด
ข้อแนะนำในการติดตั้ง
ระยะห่าง: โดยทั่วไปจะติดตั้งห่างกันประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร เพื่อให้แสงซ้อนทับกันพอดี ไม่เกิดมุมมืดในห้อง
ความลึกของฝ้า: ก่อนซื้อโคมแบบฝัง ควรเช็คระยะห่างระหว่างฝ้าฉาบเรียบกับคานปูนด้านบนว่ามีพื้นที่พอให้ตัวโคมสอดเข้าไปได้หรือไม่
ตำแหน่ง: ไม่ควรติดตั้งดาวน์ไลท์ตรงกับตำแหน่งพัดลมเพดาน เพราะจะทำให้เกิดแสงกะพริบ (Strobe Effect) ขณะพัดลมทำงาน ซึ่งรบกวนสายตาอย่างมาก
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ