หลอดยาว
หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) หรือ "หลอดนีออน"
หลอดยาวที่คุ้นเคยกันดีคือหลอดปล่อยประจุความดันต่ำ ซึ่งทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านไอปรอทเพื่อให้เกิดรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) แล้วกระทบกับสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ภายในหลอดจนกลายเป็นแสงสว่าง
ประเภทของหลอดยาวที่นิยมใช้
หลอด T8 (หลอดอ้วน): เป็นหลอดรุ่นมาตรฐานเดิม มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1 นิ้ว (8 หุน) มักใช้ร่วมกับบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์
หลอด T5 (หลอดผอม): พัฒนาต่อยอดมาให้มีขนาดเล็กลง (5 หุน) ประหยัดไฟมากกว่า T8 และให้แสงสว่างที่นิ่งกว่า แต่มักต้องใช้กับบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์เฉพาะตัว
หลอด LED Tube: เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำรูปทรงมาให้เหมือนหลอดยาวแบบเดิม แต่ภายในเป็นแถบหลอด LED กินไฟน้อยกว่ามาก ทนทาน และไม่ต้องใช้บัลลาสต์หรือสตาร์ทเตอร์ในการทำงาน
ส่วนประกอบที่สำคัญ (สำหรับระบบเดิม)
ตัวหลอดแก้ว: ภายในฉาบสารเรืองแสง (Phosphor) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดสีของแสง เช่น Warm White หรือ Daylight
บัลลาสต์ (Ballast): ทำหน้าที่จำกัดกระแสไฟฟ้าและสร้างแรงดันสูงในช่วงเริ่มต้นเพื่อจุดหลอดให้ติด
สตาร์ทเตอร์ (Starter): ทำหน้าที่เป็นสวิตช์อัตโนมัติช่วยในการจุดฉนวนไอปรอทในหลอดช่วงเริ่มต้น
จุดเด่นและข้อเสีย
จุดเด่น: ให้แสงสว่างกระจายตัวกว้างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น สำนักงาน ห้องเรียน หรือลานจอดรถ มีอายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ (ประมาณ 8,000 - 15,000 ชั่วโมง)
ข้อเสีย: แสงอาจมีการกะพริบ (Flicker) ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่อาจทำให้ล้าสายตา มีสารปรอทบรรจุอยู่ภายในซึ่งเป็นอันตรายหากหลอดแตก และหากบัลลาสต์เสื่อมสภาพมักจะมีเสียงครางรบกวน
ข้อแนะนำในการเปลี่ยนใช้งาน
ในปัจจุบันแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ หลอด LED Tube (T8 LED) แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม เพราะติดตั้งง่าย (มีทั้งแบบเสียบแทนได้เลยและแบบตัดต่อวงจรใหม่) ประหยัดค่าไฟได้มากกว่า 50% และไม่มีสารพิษตกค้างเมื่อหลอดเสีย
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ