ปากกาเคมี
ปากกาเคมี (Permanent Marker) คือปากกาที่ถูกออกแบบมาให้เขียนได้บนเกือบทุกพื้นผิวและติดทนนาน (Semi-permanent หรือ Permanent) โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่องค์ประกอบทางเคมีของน้ำหมึกที่ต่างจากปากกาลูกลื่นหรือปากกาเจลทั่วไป
ส่วนประกอบหลัก 3 อย่างในน้ำหมึก
เพื่อให้หมึกติดทนนานและแห้งไว ปากกาเคมีจึงประกอบด้วย:
ตัวทำละลาย (Carrier Solvent): เป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่ละลายส่วนผสมอื่นๆ ให้อยู่ในรูปของเหลว
สมัยก่อนนิยมใช้ ไซลีน (Xylene) หรือ โทลูอีน (Toluene) ซึ่งมีกลิ่นฉุนมากและเป็นอันตรายต่อสุขภาพหากสูดดม
ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ แอลกอฮอล์ (Alcohol-based) เป็นหลัก เพราะปลอดภัยกว่าและกลิ่นน้อยกว่า
สารแต่งสี (Colorant): ใช้ ผงสี (Pigments) หรือ สีย้อม (Dyes) ที่ทนต่อแสงและน้ำ เพื่อให้สีไม่ซีดจางง่าย
เรซิน (Resin หรือ Polymer): เปรียบเสมือน "กาว" เมื่อเขียนลงบนพื้นผิว ตัวทำละลายจะระเหยไป เหลือเพียงเรซินที่ทำหน้าที่ยึดเม็ดสีให้เกาะแน่นกับพื้นผิว ทำให้ลบออกด้วยน้ำไม่ได้
ประเภทของปากกาเคมีตามการใช้งาน
Permanent Marker (ปากกาเคมีทั่วไป): เน้นเขียนบนพื้นผิวเรียบ เช่น พลาสติก, แก้ว, โลหะ หรือกล่องกระดาษ ลบไม่ออกด้วยน้ำ
Whiteboard Marker (ปากกาไวท์บอร์ด): ใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายเช่นกัน แต่มีส่วนผสมของ สารปล่อยตัว (Release Agent) ทำให้หมึกไม่เกาะติดพื้นผิวแน่นจนเกินไป จึงลบออกได้ด้วยการเช็ด
Paint Marker (ปากกาเขียนเหล็ก/ยาง): มีลักษณะคล้ายสีน้ำมัน มีความทึบแสงสูง (Opaque) ใช้เขียนบนพื้นผิวที่มีสีเข้มหรือมีความมันวาวได้ดีมาก
เทคนิคการลบ (เมื่อเขียนผิดที่)
เนื่องจากหมึกเคมีส่วนใหญ่ใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย หากคุณเผลอเขียนลงบนพื้นผิวที่ไม่ต้องการ คุณสามารถใช้สารเหล่านี้ช่วยเช็ดออกได้:
แอลกอฮอล์ล้างแผล (Isopropyl Alcohol)
น้ำยาล้างเล็บ (Acetone)
ปากกาไวท์บอร์ด: เขียนทับรอยปากกาเคมีแล้วรีบเช็ดออก (สาร Release Agent ในปากกาไวท์บอร์ดจะไปช่วยดึงหมึกเคมีขึ้นมา)
ข้อควรระวัง
กลิ่น: ไม่ควรสูดดมใกล้ๆ เป็นเวลานาน เพราะสารระเหยอาจทำให้เวียนหัวหรือระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ
การเก็บรักษา: ต้องปิดฝาให้สนิททุกครั้ง เพราะแอลกอฮอล์ระเหยได้เร็วมาก หากเปิดทิ้งไว้หัวปากกาจะแห้งแข็งและใช้งานไม่ได้อีก
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ