น้ำหอมปรับอากาศ
หากคุณกำลังมองหา น้ำหอมปรับอากาศ ใน Mega Home เพื่อนำมาใช้จัดการบรรยากาศในบ้านหรือตู้เสื้อผ้า ความรู้ที่สำคัญคือการเลือก "รูปแบบการกระจายกลิ่น" ให้เหมาะกับขนาดและลักษณะการไหลเวียนของอากาศในพื้นที่นั้นๆ ครับ
1. ถุงหอม (Scent Sachet)
เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับใช้ในพื้นที่ปิดขนาดเล็ก:
กลไก: ภายในบรรจุเม็ดหินภูเขาไฟหรือเซรามิกชุบน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจะค่อยๆ ระเหยผ่านรูพรุนของถุงผ้า
ความรู้การใช้งาน: เหมาะสำหรับ ตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก หรือในรถยนต์ กลิ่นจะฟุ้งกระจายได้ดีในที่ที่อากาศค่อนข้างนิ่ง หากวางในที่เปิดโล่งกลิ่นจะหมดเร็วขึ้น
2. ก้านไม้หอมปรับอากาศ (Reed Diffuser)
ใช้หลักการ "การซึมตามรูเล็ก" (Capillary Action):
กลไก: ก้านไม้ (มักทำจากหวายหรือไฟเบอร์) จะดูดน้ำมันหอมขึ้นมาแล้วกระจายออกสู่บรรยากาศเมื่อสัมผัสกับลม
ความรู้ทางเทคนิค: หากต้องการให้กลิ่นหอมแรงขึ้น ควรหมุนกลับด้านก้านไม้ทุกๆ 1 สัปดาห์ หรือเพิ่มจำนวนก้านไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการระเหย เหมาะสำหรับห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
3. เจลปรับอากาศ (Gel Freshener)
อาศัยความรู้เรื่อง "การระเหยของพอลิเมอร์":
กลไก: น้ำหอมจะถูกกักเก็บไว้ในเนื้อเจล เมื่อเปิดฝา เนื้อเจลจะค่อยๆ หดตัวลงพร้อมปล่อยกลิ่นออกมา
ข้อดี: ปลอดภัยกว่าการใช้เทียนหอมหรือแบบสเปรย์ในบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง เพราะไม่มีละอองสารเคมีฟุ้งกระจายในอากาศมากนัก
4. สเปรย์ปรับอากาศ (Air Freshener Spray)
แบบฉีดด้วยมือ: เหมาะสำหรับการกำจัดกลิ่นแบบฉับพลัน (Instant Action) เช่น หลังเข้าห้องน้ำหรือหลังทำอาหาร
แบบพ่นอัตโนมัติ (Automatic Spray): ใช้ความรู้เรื่องการตั้งเวลา (Timer) เพื่อพ่นละอองฝอยออกมาเป็นระยะ เหมาะสำหรับห้องที่ไม่มีคนอยู่ตลอดเวลาแต่ต้องการรักษาความสดชื่นไว้เสมอ
5. แผ่นหอมและก้อนดับกลิ่น (Scented Cards & Deodorizers)
แผ่นหอม (Air Freshener Cards): มักใช้แขวนตามราวแขวนผ้าหรือกระจกรถยนต์ มีน้ำหนักเบาและประหยัดพื้นที่
ก้อนดับกลิ่น (Deodorizing Blocks): ความรู้ที่สำคัญคือบางชนิดเน้น "การกลบกลิ่น" (Masking) ด้วยกลิ่นที่แรงกว่า (เช่น กลิ่นมะนาวหรือการบูร) ในขณะที่บางชนิดเน้น "การดูดกลิ่น" (Absorbing) โดยใช้สารสกัดจากถ่านไม้หรือเอนไซม์
เทคนิคการเลือกกลิ่นตามพื้นที่
ห้องนอน: ควรเลือกกลิ่นที่ช่วยให้ผ่อนคลาย (Relaxing) เช่น ลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นแป้งเด็ก
ห้องน้ำ/ห้องครัว: ควรเลือกกลิ่นแนวซีตัส (Lemon/Orange) เพราะมีโมเลกุลที่ช่วยตัดกลิ่นคาวและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่า
ตู้เสื้อผ้า: ควรเลือกกลิ่นสะอาดๆ (Clean/Linen) เพื่อให้เสื้อผ้ามีกลิ่นเหมือนเพิ่งซักเสร็จใหม่ๆ
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ