พื้นไวนิล
พื้นไวนิล (Vinyl Flooring) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ "กระเบื้องยาง" เป็นวัสดุปูพื้นยอดนิยมอันดับต้นๆ ในปัจจุบัน เพราะตอบโจทย์เรื่องการกันน้ำ กันปลวก และการติดตั้งที่รวดเร็ว
1. ประเภทของพื้นไวนิลที่นิยมในท้องตลาด
แบบทากาว (Dry Back) ราคาถูกที่สุด ความหนา ~2-3 มม. ต้องทากาวที่พื้นก่อนแปะ ออฟฟิศ, ร้านค้า, พื้นที่กว้างที่งบจำกัด
แบบกาวในตัว (Self-Adhesive) ติดตั้งเองได้ง่าย (DIY) ลอกสติกเกอร์แล้วแปะได้เลย ห้องนอน, งานรีโนเวทเล็กๆ ด้วยตัวเอง
แบบคลิกล็อค (SPC/LVT) ยอดนิยมที่สุด ไม่ใช้กาว มีระบบล็อคในตัว แข็งแรง ทนทานสูง บ้านพักอาศัย, คอนโด, ห้องนั่งเล่น
2. ทำไม "SPC" ถึงเป็นพระเอกของพื้นไวนิล?
ปัจจุบันถ้าพูดถึงพื้นไวนิล คนส่วนใหญ่มักหมายถึง SPC (Stone Plastic Composite) ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุด:
ส่วนประกอบ: ผสมผสานระหว่างพลาสติกและผงหิน ทำให้แผ่นแข็งแรง ไม่ยืดหดตัวตามสภาพอากาศ
กันน้ำ 100%: สามารถใช้ในห้องครัวได้ (ยกเว้นโซนเปียกในห้องน้ำ)
กันปลวก: ปลวกไม่กินแน่นอนเพราะไม่มีส่วนผสมของไม้จริง
ติดตั้งทับพื้นเดิม: สามารถปูทับกระเบื้องเดิมได้เลย (ถ้าพื้นเรียบพอ) ทำให้ไม่ต้องรื้อพื้นเก่าให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
3. จุดที่ต้องพิจารณาเวลาเลือกซื้อ
Wear Layer (ชั้นเคลือบผิว): ยิ่งหนายิ่งดี (มาตรฐานควรอยู่ที่ 0.3 - 0.5 มม.) ชั้นนี้จะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากขาเก้าอี้หรือสัตว์เลี้ยง
ความหนาโดยรวม: แบบคลิกล็อคควรหนาอย่างน้อย 4 มม. ขึ้นไป (ไม่รวมโฟมรอง) เพื่อความแข็งแรงของลิ้นล็อค
โฟมรองในตัว (IXPE/EVA): แนะนำให้เลือกแบบที่มีโฟมติดมาหลังแผ่นเลย จะช่วยซับเสียงเวลาเดินและประหยัดค่าโฟมแยก
4. ข้อดี - ข้อเสีย ที่ควรรู้
ข้อดี: สัมผัสนุ่มนวลกว่ากระเบื้อง (ไม่เย็นเท้า), ทนน้ำ, ติดตั้งไว, ลายไม้สวยเหมือนจริง
ข้อเสีย: พื้นเดิมต้อง "เรียบและได้ระดับ" จริงๆ หากพื้นเป็นคลื่น เวลาเดินพื้นจะยุบตัวหรือลิ้นล็อคอาจหักได้ในระยะยาว
5. เทรนด์สีและลาย (2568)
Oak Series: สีไม้โอ๊คอ่อนๆ ให้ความรู้สึกมูจิ (Muji) หรือมินิมอล
Herringbone: ลายก้างปลา เพิ่มความหรูหราให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น
Stone Look: ไวนิลลายหินอ่อนหรือปูนเปลือย สำหรับสไตล์ Modern Loft
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ