ไม้บัวและอุปกรณ์
"ไม้บัว" (Moulding) ไม่ได้มีแค่บัวพื้นเท่านั้นนะครับ แต่ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ปิดรอยต่อและตกแต่งตามจุดต่าง ๆ ของห้อง เพื่อความสวยงามและป้องกันสิ่งสกปรก
1. ประเภทของไม้บัวแบ่งตามจุดติดตั้ง
บัวพื้น (Skirting): ใช้ปิดรอยต่อระหว่างผนังกับพื้น ป้องกันผนังเลอะเวลาถูพื้น และซ่อนช่องว่างของวัสดุปูพื้น (เช่น ช่องว่างที่เผื่อไว้สำหรับการขยายตัวของพื้นไม้)
บัวฝ้า/บัวบน (Cornice/Crown Moulding): ใช้ปิดรอยต่อระหว่างผนังกับเพดาน ช่วยให้ห้องดูสูงและมีมิติ
บัวผนัง/คิ้วผนัง (Wall Moulding): ใช้ตกแต่งกลางผนังเพื่อแบ่งโซนสี หรือทำเป็นกรอบรูป (Wainscoting) เพิ่มความหรูหรา
มอบฝ้า (Corner Trim): คล้ายบัวฝ้าแต่มีขนาดเล็กกว่า ใช้เก็บรอยต่อมุมห้องหรือฝ้าเพดาน
2. วัสดุของไม้บัวที่นิยมในปัจจุบัน
PVC (พลาสติก) กันน้ำ 100%, ปลวกไม่กิน, ดัดโค้งได้เล็กน้อย ลวดลายอาจดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไม้จริง
PS (โพลีสไตรีน) น้ำหนักเบามาก, สีสำเร็จรูปสวยงาม, ติดตั้งง่าย ความทนทานต่อแรงกระแทกน้อยกว่า PVC
WPC (ไม้เทียม) แข็งแรงเหมือนไม้จริง, ทนชื้น, ให้ผิวสัมผัสดี ราคาสูงกว่า PVC
ไม้จริง สวยงาม หรูหรา, ขัดแต่งและทาสีทับได้ เสี่ยงเรื่องปลวก, การยืดหดตัวตามสภาพอากาศ
ไฟเบอร์ซีเมนต์ ทนทานสูงมาก, กันไฟ, ใช้ภายนอกได้ น้ำหนักมาก, ติดตั้งยากกว่าแบบพลาสติก
3. อุปกรณ์เสริมและตัวจบ (Accessories)
อุปกรณ์เหล่านี้สำคัญมากในการเก็บงานให้ "กริบ" และสวยงาม:
ตัวจบต่างระดับ (Transition Strip): ใช้เชื่อมพื้นที่มีความสูงไม่เท่ากัน
ตัวจบขอบพื้น (End Cap): ใช้ปิดขอบพื้นบริเวณที่ไม่สามารถติดบัวได้ เช่น ขอบประตู หรือหน้าตู้บิวท์อิน
ตัวเชื่อมพื้น (T-Moulding): ใช้เชื่อมพื้นวัสดุเดียวกันในระดับที่เท่ากัน
จมูกบันได (Stair Nosing): อุปกรณ์ปิดขอบบันไดเพื่อความปลอดภัยและกันลื่น
4. อุปกรณ์สำหรับติดตั้ง
กาวตะปู (Adhesive Nail): ใช้ยึดบัวติดกับผนังโดยไม่ต้องเจาะ (เหมาะกับบัว PVC/PS)
ตะปูลม (Brad Nails): ใช้ปืนลมยิงเพื่อยึดให้แน่นยิ่งขึ้น
อะคริลิคยาแนว (DAP): ใช้เก็บรอยต่อระหว่างบัวกับผนังให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
สีแต้มบัว: สำหรับปิดรอยหัวตะปูหรือรอยตัดบริเวณมุม
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ