ไฟช่อเดี่ยว
ไฟช่อเดี่ยว (Single Pendant Light) คือโคมไฟที่ห้อยลงมาดวงเดียวจากฐานบนเพดาน เป็นอุปกรณ์ตกแต่งที่เน้นการสร้างจุดโฟกัส (Focus Point) เฉพาะจุด และเป็นโคมไฟที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลและโมเดิร์น
รูปแบบและวัสดุที่นิยม
ทรงเรขาคณิต (Geometric): เช่น ทรงกรวย ทรงกลม หรือทรงเหลี่ยม มักทำจากโลหะสีดำหรือสีทอง เหมาะสำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์
โคมแก้ว (Glass Shade): มีทั้งแบบแก้วใส (โชว์หลอดไฟวินเทจ) และแก้วขุ่น (ให้แสงนุ่มนวล) ช่วยให้ห้องดูโปร่งและหรูหรา
วัสดุธรรมชาติ: เช่น งานสานจากไม้ไผ่ หวาย หรือโคมดินเผา เหมาะสำหรับสไตล์มูจิ (Muji) หรือสแกนดิเนเวียน (Nordic)
ทรงโดม (Dome): ให้แสงพุ่งลงด้านล่างเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับส่องเน้นวัตถุหรือพื้นผิวโต๊ะ
ตำแหน่งการติดตั้งที่ช่วยให้บ้านดูดี
เหนือโต๊ะข้างเตียง (Bedside): ติดตั้งแทนโคมไฟตั้งโต๊ะ ช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะโคมไฟและทำให้ห้องนอนดูเหมือนโรงแรมหรู
เหนือเคาน์เตอร์บาร์หรือซิงค์ล้างจาน: มักติดตั้งเรียบๆ 1-2 ดวง เพื่อเพิ่มความสว่างในการใช้งานเฉพาะจุด
มุมอ่านหนังสือ: ติดตั้งเหนืออาร์มแชร์ตัวโปรด เพื่อสร้างอาณาเขตส่วนตัวที่อบอุ่น
เหนือโต๊ะกินข้าวขนาดเล็ก: สำหรับโต๊ะ 2 ที่นั่ง การใช้ไฟช่อเดี่ยวขนาดกลางเพียงดวงเดียวจะดูสมดุลและไม่แย่งซีนเฟอร์นิเจอร์อื่น
เทคนิคการเลือกให้เข้ากับพื้นที่
ขนาดโคม: หากใช้ดวงเดียวในพื้นที่กว้าง ควรเลือกโคมที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เพื่อให้ดูเด่น แต่ถ้าติดตั้งในที่แคบ เช่น มุมทางเดิน ควรเลือกทรงสลิมหรือโคมแก้วใสเพื่อไม่ให้ดูอึดอัด
สายไฟ: ความยาวสายไฟมีผลต่อความรู้สึก สายที่ยาวทิ้งตัวลงมาต่ำจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิด (Intimate) ส่วนสายสั้นจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง
หลอดไฟ: เนื่องจากมีดวงเดียว หากเป็นโคมแก้วใสควรใช้ หลอดไฟเอดิสัน (Edison Bulb) ที่มีไส้สวยงามเพื่อเพิ่มลูกเล่น
ข้อดีของไฟช่อเดี่ยว
ติดตั้งง่าย: ฐานมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ไม่ต้องเสริมโครงสร้างเพดานเป็นพิเศษ
ราคาประหยัด: เริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทไปจนถึงหลักพัน ทำให้เปลี่ยนสไตล์ได้บ่อยตามต้องการ
ทำความสะอาดง่าย: มีจำนวนดวงน้อยและโครงสร้างไม่ซับซ้อนเท่าไฟช่อใหญ่
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ