ขั้วหลอด
ขั้วหลอดไฟ (Lamp Base / Socket) คือส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างหลอดไฟกับระบบไฟฟ้าในบ้าน ทำหน้าที่ยึดหลอดไฟให้แน่นและเป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้า การรู้จักประเภทของขั้วหลอดจะช่วยให้คุณเลือกซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยนได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดขนาด
ประเภทขั้วหลอดที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
1. ขั้วเกลียว (E - Edison Screw): เป็นขั้วที่นิยมใช้มากที่สุดในบ้านพักอาศัย ตัวเลขหลังตัว E คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของขั้ว (หน่วยเป็นมิลลิเมตร)
E27: ขั้วมาตรฐานที่ใช้กับหลอดไฟทั่วไปในบ้าน ทั้งหลอด LED ทรงกลม และหลอดตะเกียบ
E14: ขั้วเกลียวขนาดเล็ก มักพบในโคมไฟช่อ (Chandelier) หรือโคมไฟหัวเตียงที่ใช้หลอดทรงจำปา
E40: ขั้วเกลียวขนาดใหญ่พิเศษ สำหรับหลอดที่ให้ความสว่างสูงมาก เช่น ไฟถนนหรือไฟในโรงงาน
2. ขั้วเสียบหรือขั้วสตาร์ท (G - Glass / Bi-pin): เป็นขั้วที่มีลักษณะเป็นขาเข็มคู่ มักใช้กับหลอดที่เน้นการส่องสว่างเฉพาะจุด
GU10: ขั้วที่มีขาเป็นตุ่มกลม นิยมใช้กับ ไฟแทรคไลท์ หรือไฟดาวน์ไลท์ส่องเน้นวัตถุ วิธีใส่คือเสียบแล้วบิดล็อก
GU5.3 (MR16): ขั้วเข็มคู่ขนาดเล็ก ใช้กับหลอดฮาโลเจนหรือ LED MR16 มักพบในตู้โชว์สินค้า
G13: ขั้วของหลอดนีออนหรือหลอด LED Tube (T8) ที่เป็นแท่งยาว
3. ขั้วเขี้ยว (B - Bayonet):
B22: มีลักษณะเป็นเขี้ยวล็อกสองด้าน นิยมใช้มากในสมัยก่อน ปัจจุบันในไทยเริ่มพบน้อยลงแต่ยังมีใช้อยู่ในอุปกรณ์บางประเภท
วิธีตรวจสอบขั้วหลอดไฟก่อนซื้อ
ดูที่ตัวหลอดเดิม: ปกติจะมีตัวพิมพ์เล็กๆ ระบุไว้ที่ฐานหลอด เช่น "E27 9W" หรือ "GU10 220V"
วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง: หากไม่แน่ใจ ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความกว้างของขั้วเกลียว (ถ้ากว้างประมาณ 2.7 ซม. คือ E27)
ดูที่โคมไฟ: บริเวณด้านในของตัวโคมหรือขั้วรับหลอด มักจะมีสติกเกอร์ระบุประเภทขั้วและกำลังวัตต์สูงสุดที่รองรับไว้
ข้อควรระวัง
แรงดันไฟฟ้า (Voltage): นอกจากดูชนิดขั้วแล้ว ต้องดูด้วยว่าหลอดไฟนั้นใช้ไฟ 220V (ต่อไฟบ้านได้เลย) หรือ 12V (ต้องผ่านหม้อแปลง) โดยเฉพาะขั้วประเภท GU5.3
ขั้วแปลง (Adapter): หากคุณมีหลอดไฟขั้ว E14 แต่โคมเป็น E27 ปัจจุบันมีตัวแปลงขั้วจำหน่ายที่ช่วยให้ใส่หลอดข้ามขนาดกันได้ แต่อาจทำให้ความยาวของหลอดโผล่พ้นโคมออกมาได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ