ตู้เสื้อผ้าไม้
สำหรับ ตู้เสื้อผ้าไม้ ที่เมกาโฮม (Mega Home) จะมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ห้องเช่าที่เน้นความประหยัด ไปจนถึงบ้านพักอาศัยที่เน้นความสวยงามมินิมอลครับ โดยแบรนด์หลักที่วางจำหน่ายคือ FURDINI และ KASSA
นี่คือข้อมูลสรุปเพื่อช่วยคุณตัดสินใจครับ:
1. ประเภทวัสดุไม้ที่พบได้บ่อย
ไม้ปาติเกิล (Particle Board): เป็นวัสดุหลักของตู้เสื้อผ้าส่วนใหญ่ ราคาประหยัด น้ำหนักเบา มีลายไม้ให้เลือกเยอะ
เคลือบเมลามีน (Melamine): แนะนำให้เลือกแบบที่เคลือบเมลามีน เพราะจะทนต่อรอยขีดข่วน ความร้อน และความชื้นได้ดีกว่าการเคลือบฟอยล์ทั่วไป (เหมาะกับห้องเด็กที่อาจจะมีรอยขีดเขียนหรือทำน้ำหกใส่)
ไม้จริง (ส่วนใหญ่เป็นไม้พารา): มักจะพบในรูปแบบตู้ขนาดเล็กหรือชั้นแขวนผ้าแบบเปิด ให้ความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
2. รูปแบบบานประตู
บานเปิด (Swing Door): รูปแบบมาตรฐาน ข้อดีคือเปิดออกมาเห็นเสื้อผ้าได้ทั้งหมดพร้อมกัน แต่ต้องเผื่อพื้นที่ด้านหน้าตู้ประมาณ 50-60 ซม. สำหรับระยะเปิดประตู
บานสไลด์ (Sliding Door): ยอดนิยมสำหรับห้องนอนเด็กหรือห้องพื้นที่จำกัด เพราะไม่ต้องเผื่อระยะเปิดประตู ประหยัดพื้นที่ได้มาก
แบบเปิดโล่ง (Open Wardrobe): ไม่มีบานประตู เหมาะสำหรับวางในมุมแต่งตัว ช่วยให้ห้องดูโปร่งและไม่อับชื้น
3. ฟังก์ชันข้างในที่น่าสนใจ
ราวแขวนผ้า: ตรวจสอบความแข็งแรงของราวแขวน ควรเป็นราวเหล็กชุบโครเมียมเพื่อกันสนิม
ลิ้นชักมีล็อค: หลายรุ่นจะมีลิ้นชักเก็บของด้านในพร้อมกุญแจล็อค เหมาะสำหรับเก็บของสำคัญ
ชั้นปรับระดับได้: บางรุ่นสามารถขยับชั้นวางขึ้น-ลงได้ เพื่อให้เหมาะกับขนาดเสื้อผ้าของเด็กที่เปลี่ยนไปตามวัย
ราคาโดยประมาณ
ขนาด 80 - 90 ซม. (2 บานเปิด): ประมาณ 1,900 - 3,500 บาท
ขนาด 120 ซม. (3 บานเปิด): ประมาณ 3,900 - 6,500 บาท
แบบบานสไลด์ (120 ซม. ขึ้นไป): ประมาณ 5,500 - 9,500 บาท
ข้อแนะนำในการเลือกซื้อสำหรับห้องเด็ก
ความสูงของราวแขวน: หากเป็นตู้สำหรับเด็กเล็ก เลือกตู้ที่มีลิ้นชักด้านล่างเยอะๆ จะช่วยให้น้องหยิบของเล่นหรือถุงเท้าเองได้สะดวกครับ
ตัวกันกระแทก (Soft Close): หากเลือกได้ หรือซื้อมาติดเพิ่มเอง จะช่วยป้องกันประตูตู้หนีบนิ้วเด็กและลดเสียงดังเวลาปิดครับ
การยึดเกาะ: เนื่องจากตู้ไม้มีน้ำหนักค่อนข้างมาก หากน้องชอบปีนป่าย ต้องยึดตู้ติดกับผนัง เพื่อความปลอดภัยครับ
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
เพื่อเพิ่มรายการโปรดของคุณ